หัวข้อ: [ความรู้ทั่วไป] ท้าวทองกีบม้า ราชินี ขนมไทย (อ่าน 567 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

★ [ความรู้ทั่วไป] ท้าวทองกีบม้า ราชินี ขนมไทย

โพสโดย : รมณ์ดี
กระทู้: 1283
ตำแหน่ง : นายห้าง
« เมื่อ:03 ก.ย. 2010, 16:15 น. »
ท้าวทองกีบม้า หรือ มารี กีมาร์ เดอ ปีนา (Marie Guimar de Pihna) (พ.ศ. 2201 หรือ พ.ศ. 2202 - พ.ศ. 2265) ภรรยาของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ (คอนสแตนติน ฟอลคอน)[1] เธอเป็นผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นต้นตำรับทำขนมไทย ประเภททองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ในสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าวิเสท ซึ่งได้ทำอาหารเลี้ยงต้อนรับคณะราชทูตฝรั่งเศสที่มาเยือนในสมัยนั้น มีผู้ยกย่องว่าท้าวทองกีบม้าเป็น "ราชินีแห่งขนมไทย"
...........................
 
 
ท้าวทองกีบม้าคนนี้เกิดที่กรุงศรีอยุธยา ชื่อจริงว่า ดอนญ่า มารี กีมาร์ เดอปิน่า (ดอนญ่า ในภาษาสเปนหรือโปรตุเกสแปลว่า คุณหญิง) หรือตองกีมาร์ (Tanquimar) เป็นลูกครึ่งโปรตุเกส-ญี่ปุ่น และเบงกอล[2]   โดยมารดาของท้าวทองกีบม้าชื่อ อุรสุลา ยามาดา (Ursula Yamada)   หรือหนังสือบางเล่มเรียกว่า เออร์ซูลา ยามาดะ   ซึ่งมีเชื้อสายญี่ปุ่นผสมโปรตุเกส   ที่อพยพลี้ภัยทางศาสนาเข้าสู่กรุงศรีอยุธยา ส่วนบิดาชื่อ ฟานิก กูโยมา   (Phanick Guimar หรือ Fanik Guyomar)   ที่เป็นลูกครึ่งญี่ปุ่นผสมแขกเบงกอลและโปรตุเกสจากอาณานิคมกัว[3] (ปัจจุบันคือรัฐกัว ประเทศอินเดีย)
ครอบครัวของยามาดะเป็นตระกูลที่เคร่งครัดในคริสต์ศาสนามาก เซญอรา อิกเนซ มาร์แตงซ์ ยายของท้าวทองกีบม้า เคยเล่าว่า เขาเป็นหลานสาวของนักบุญฟรังซิส ซาเวียร์ (Saint Francis Xavier) คริสต์ศาสนิกชนคนแรกของประเทศญี่ปุ่น และนักบุญชื่อดัง โดยได้ประทานศีลล้างบาปและตั้งนามทางศาสนาให้[4]
ราวปี พ.ศ. 2135 ฮิเดโยชิ   (Toyotomi Hideyoshi, ?? ??) ผู้สำเร็จราชการของญี่ปุ่น   ต้องการล้มล้างวัฒนธรรมตะวันตก   จึงออกพระราชฎีกาในนามของพระจักรพรรดิ์ให้จับกุม ลงโทษ   และริบสมบัติชาวคริสต์ ยายของท้าวทองกีบม้า   ซึ่งเป็นชาวคริสต์จึงถูกลงโทษด้วย นางถูกจับยัดใส่กระสอบนำลงเรือมาที่นางาซากิ เพื่อเนรเทศไปยังเมืองไฟโฟ (Faifo) ปัจจุบันคือ ฮอยอัน ในประเทศเวียดนามเพราะ  มีชาวคริสต์อยู่มาก บนเรือนี่เองที่ทำให้ยายของท้าวทองกีบม้า   พบกับตาของท้าวทองกีบม้า ซึ่งเป็นเจ้าชายแห่งราชวงศ์ญี่ปุ่น   ทั้งสองคนจึงมาตั้งหลักปักฐานที่กรุงศรีอยุธยา เพราะเป็นประเทศที่ร่ำรวย   อุดมสมบูรณ์ และไม่รังเกียจคนต่างศาสนา
 
..................................................................
ท้าวทองกีบม้า เป็นหญิงสาวที่มีนิสัยเรียบร้อย ซื่อสัตย์   และเคร่งครัดในศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก   แม้ว่าจะมีเรื่องของมารดาเธอที่ถูกกล่าวหาโดยบาทหลวงชาวอังกฤษผู้หนึ่งว่า   ยามาดะ (มารดาของท้าวทองกีบม้า) เป็นสตรีที่ประพฤติไม่เรียบร้อย   ชอบคบผู้ชายไม่เลือกหน้า แม้จะแต่งงานกับฟานิกแล้ว   ยังแอบปันใจให้ชายอื่นเสมอ โดยเฉพาะหนุ่มโปรตุเกสในค่ายที่ยามาดะอาศัยอยู่   แต่ฟานิกผู้เป็นบิดาของท้าวทองกีบม้ามีผิวดำ   แต่มีลูกผิวขาวหลายคนรวมทั้งท้าวทองกีบม้า   และทำให้ฟานิกบิดาของท้าวทองกีบม้าถูกชาวยุโรปดูถูกดูแคลนเสมอ   อย่างไรก็ตามท้าวทองกีบม้าก็ได้แต่งงานตั้งแต่อายุเพียง 16 ปี   กับคอนสแตนติน ฟอลคอน (เจ้าพระยาวิชาเยนทร์)   ชาวกรีกที่เข้ามารับราชการในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช   ที่นิสัยต่างกันมาก ก่อนที่จะแต่งงานกับฟอลคอน   ฟอลคอนเคยมีภรรยามาแล้วหลายคน แต่ส่งไปอยู่เมืองพิษณุโลก ส่วนลูกนั้นมารี   กีมาร์นำมาเลี้ยงเองเนื่องจากเธอเป็นคนใจบุญสุนทาน   เธอรับเลี้ยงเด็กสาวที่ยากจน และเด็กที่มีบิดาเป็นชาวยุโรป   และมีมารดาเป็นชาวไทยแต่ถูกทอดทิ้ง เธอนำมาเลี้ยงดูมากมายหลายคน   แม้เธอจะมีปัญหาระหองระแหงกับฟอลคอน แต่ก็ยังประคองความรักจนมีบุตรด้วยกัน 2   คนได้แก่ จอร์จ ฟอลคอน (George Phaulkon) เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2227 และฮวน ฟอลคอน (Juan Phaulkon) ถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ. 2231   ต่อมาเมื่อสามีนางถูกลงโทษข้อหากบฏ เรียกตำแหน่งคืน ริบทรัพย์   และถูกประหารชีวิต ท้าวทองกีบม้าถูกส่งตัวเข้าไปเป็นคนรับใช้ในพระราชวัง   และได้รับมอบหมายให้มีหน้าที่ทำอาหารหวานประเภทต่างๆ   ส่งเข้าไปในพระราชวังตามกำหนด การทำหน้าที่จัดหาอาหารหวานส่งเข้าพระราชวัง   ท้าวทองกีบม้าได้ประดิษฐ์ขนมขึ้นมาใหม่ตลอดเวลา   โดยดัดแปลงตำรับเดิมโปรตุเกส   และเอาวัตถุดิบท้องถิ่นที่มีในสยามเข้ามาผสมผสาน ซึ่งหลักๆได้แก่ มะพร้าว   แป้งและน้ำตาล จนทำให้เกิดขนมใหม่ที่มีรสชาติอร่อย   พระราชวังก็ได้ให้ความชื่นชมมากและถูกเรียกตัวเข้าไปรับราชการในพระราชวังใน  ตำแหน่งหัวหน้าห้องเครื่องต้น
 บั้นปลายชีวิต  แม้ท้าวทองกีบม้าจะมีชีวิตในระยะแรกๆ ค่อนข้างลำบาก สามีถูกประหาร   ต้องมีชีวิตระหกระเหิน ถูกส่งตัวไปเป็นคนรับใช้ แต่ด้วยความสามารถ   และอุปนิสัยดี มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่   บั้นปลายชีวิตของเธอจึงสุขสบายและได้รับการยกย่องตามควร   ท้าวทองกีบม้ามีอายุยืนถึง 4 รัชกาล คือ สมเด็จพระนารายณ์มหาราช สมเด็จพระเพทราชา สมเด็จพระเจ้าเสือและสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ สันนิษฐานว่าชื่อตำแหน่ง ทองกีบม้า เพี้ยนมาจากชื่อ ตองกีมาร์ นั้นเอง มีหลักฐานบ่งว่าท้าวทองกีบม้าถึงแก่กรรมเมื่ออายุได้ 66 ปี

การกด "Like" บน Youphuket และ Facebook นั้น
>> ไม่ได้หมายความแค่ว่า "ถูกใจ" แต่ยังหมายถึง "ฉันเข้าใจเธอ, ฉันจะอยู่เคียงข้างเธอ,ฉันเห็นด้วยกับเธอ, ฉันยินดีสนับสนุนเธอ, ฉันเป็นห่วงเธอ, และฉันจะเป็นกำลังใจให้เธอ"
>> ดังนั้นอย่าลังเล อย่าอาย และอย่าเมินเฉยที่จะกด "Like"
คุณคาดไม่ถึงหรอกว่า มันทำให้โลกของคนๆนั้น สวยงามขึ้นแค่ไหน และมันมีความหมายต่อเพื่อนบนโลกที่ชื่อ "Youphuket" มากเพียงใด
ขอบคุณ ทุกคน ลำหรับ Like + ครับผม >_<

คอมเม้นท์ ใน : [ความรู้ทั่วไป] ท้าวทองกีบม้า ราชินี ขนมไทย

◄◄ กลับหน้าแรก || ไปต่อที่บอร์ด ►►