หัวข้อ: ทางเลือกทางรอด..ธุรกิจเสริมสวย !! (อ่าน 1570 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

★ ทางเลือกทางรอด..ธุรกิจเสริมสวย !!

ออฟไลน์
หัวใจเท่านั้นที่ยังเป็นดวงเดิม
เว็บไซต์
โพสโดย : Swensens
กระทู้: 470
ตำแหน่ง : Class 4 : แผงลอย
Level 17 : Exp 57
« เมื่อ:31 ก.ค. 2010, 15:51 น. »
คัมภีร์ทางรอด  ทางเลือกทางรอด..ธุรกิจ  เสริมสวย !!
แนะสารพัดวิธีทำเสริมสวยให้ได้เงิน

อ่านให้  ครบ 3 จบคัมภีร์บริหารร้านเสริมสวยสู้วิกฤติ สารพัดวิธีดูแลลูกค้า   พร้อมคำแนะนำสำหรับเจ้าของร้านมือใหม่ ทำอย่างไรถึงจะมีลูกค้า   เผยเคล็ดลับการสร้างฐานลูกค้าใหม่และโอกาสทองสำหรับช่างเสริมสวยที่ต้องการ  เพิ่มรายได้ พบเวลานี้เปิดร้านเสริมสวยไม่ง่ายอย่างที่คุณคิด !!

  จำนวนธุรกิจ
      ปัจจุบัน มีจำนวนประมาณ 250,000   แห่ง 
ขนาดธุรกิจ
-ธุรกิจขนาดเล็ก หรือ   ธุรกิจรายย่อย ซึ่งมี เก้าอี้ทำผม ไม่เกิน 4 เก้าอี้ มีจำนวนร้อยละ 60
-ธุรกิจ  ขนาดกลาง หรือ SMEs ซึ่งมี เก้าอี้ทำผม ตั้งแต่ 4 ? 10 เก้าอี้     มีจำนวนร้อยละ 30
-ธุรกิจขนาดใหญ่ ซึ่งมี เก้าอี้ทำผม ตั้งแต่ 11   เก้าอี้ขึ้นไป มีจำนวนร้อยละ 10
  มูลค่าตลาดภายในประเทศ
              จากผลการสำรวจของสำนักงานสถิติแห่งชาติและการประมาณการพบว่าธุรกิจ เสริมสวย   ในปี 2545 และ 2546 มีมูลค่าตลาดภายในประเทศถึง 5,051 และ 5,070   ล้านบาทตามลำดับ
ปัจจุบันประเทศไทยมีมูลค่าทางการตลาดในธุรกิจเสริมสวย  ถึง 7000 กว่าล้านบาท
  วิเคราะห์ข้อดี ข้อด้อย โอกาส และอุปสรรค
 ข้อดี
1.         เป็นธุรกิจที่ไม่ซับซ้อน สามารถเปิดกิจการได้ทันทีหากมีเงินลงทุน
2.         ลงทุนต่ำ เครื่องมืออุปกรณ์ไม่แพง และสามารถหาซื้อง่าย
3.         เป็นธุรกิจที่ต้องใช้วิชาชีพและประสบการณ์การทำงานเฉพาะด้าน
ข้อด้อย
1.         ช่างฝีมือดี มีใจรักการให้บริการค่อนข้างหายาก และมีอัตราการเปลี่ยนงานสูง
2.         ช่างเสริมสวยทำงานด้วยอารมณ์ การควบคุมคุณภาพของงาน   และการบริหารบุคลากรจึงเป็นไปอย่างลำบาก
3.       ทำเลที่ตั้งที่ดี   มีอัตราค่าเช่าสูง ทำให้เป็นภาระต่อผู้ประกอบการ   ขนาดกลางและขนาดย่อม       
โอกาส
1.         เป็นบริการที่ประชาชนทุกเพศทุกวัย มีความจำเป็นต้องใช้บริการ
2.         ผู้ใช้บริการให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพและการแต่งตัวมากขึ้น   ทำให้พิถีพิถันในการเลือกใช้บริการร้านที่สามารถให้บริการที่ดี
3.        ร้านขนาดเล็กและขนาดกลาง สามารถตั้งอยู่ย่านชุมชนที่ไม่ใหญ่นัก
4.         ชาวต่างชาติไม่สามารถประกอบอาชีพตัดผมได้โดยเสรี
อุปสรรค
1.         ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ มีผู้ตกงานเป็นจำนวนมาก   ทำให้สูญเสียลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง
2.       มีการแข่งขันสูง   เนื่องจากสามารถประกอบกิจการได้โดยง่าย
3.         ในย่านที่สำคัญและในศูนย์การค้า หาสถานที่ตั้งยากและอัตราค่าเช่าสูง

ธุรกิจจะรอดต้องรู้ลึก
การบริหาร/การจัดการ
ประกอบ  ด้วยงานหลักดังนี้
1.       ด้านการบริหาร รับผิดชอบด้านการเงิน บัญชี   จัดซื้อ บุคคล ธุรการ ดูแลความสะอาดของร้าน ต้อนรับลูกค้า   และบริหารงานทั่วไป
2.       ด้านการให้บริการ
-การให้บริการตัดผม   แต่งผม ไดร์ผม และอื่นๆ โดยช่างตัดผม
-การให้บริการสระผม   โดยช่างหรือผู้ช่วยช่าง หรือพนักงานสระผม
พนักงานและการอบรมพนักงาน
พนักงาน
1.         พนักงานประจำ เพื่อทำงานทั่วไปด้านการเก็บเงิน ต้อนรับลูกค้า ทำความสะอาด   เป็นต้น โดยจำนวนจะขึ้นไปขนาดของร้าน
2.       ช่างตัดผม   จะมีทั้งพนักงานประจำและพนักงานรายวัน   โดยแบ่งเปอร์เซ็นจากค่าบริการที่เรียกเก็บกับลูกค้า
การอบรมพนักงาน
โดย  ปกติจะไม่มีการฝึกอบรมช่าง แต่จะเน้นการฝึกอบรมด้านการให้บริการ   เลือกบุคลากรที่มีบุคลิกภาพที่ดี และมีใจรักด้านบริการ
ประมาณการจำนวน  ลูกค้าที่คาดว่าจะเข้ามาใช้บริการ
ช่างตัดผม  1  คน   สามารถให้บริการลูกค้าได้วันละ                                   10                           คน
ช่างตัดผม  7  คน   สามารถให้บริการลูกค้าได้วันละ                                   70                           คน
ในเวลา 1 ปี (300 วัน) สามารถให้บริการลูกค้าได้สูงสุด         = 300X70   = 21,000             คน
ประมาณการมีลูกค้ามาใช้บริการร้อยละ 90 หรือ                    =   18,900                คน

การกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด
ทำอย่างไรที่เราจะเอา  สินค้าออกไปสู่ตลาดแล้วให้เขารู้
   -เรามีช่างผมเก่ง
     -เรามีบริการที่ดี
   -เรามีร้านสวย

แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจในอนาคต
1.การเติบโต  ของเศรษฐกิจ เราต้องรู้ภาพรวมของระบบเศรษฐกิจ   เพราะมีผลต่อธุรกิจของเราทั้งสิ้น   อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจว่าเวลานั้นเป็นบวกหรือเป็นลบ
 2.รายได้  ประชากร
 จังหวัดที่มีรายได้ประชากรมากที่สุด
 -กรุงเทพฯ
 -นนทบุรี
 -ภูเก็ต   (นักท่องเที่ยวปีละ 4 ล้านคน)
 3.พฤติกรรมของผู้บริโภค   ต้องศึกษาพฤติกรรม
 4.กระแส สำคัญ แต่ไม่จำเป็นต้องตามกระแส

การวิเคราะห์โอกาสการลงทุน
 การลงทุนทำธุรกิจที่จำ  เป็นต่อผู้บริโภค ถ้าคิดว่าทุกคนต้องตัดผมไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยใดก็ตาม   โอกาสการลงทุนย่อมมีเสมอ
 วิธีคิด
 ประเทศไทยมี 7,000   ตำบล----1ตำบลมี 10 หมู่บ้าน=70,000 หมู่บ้าน
1 หมู่บ้าน-----มีร้านผม   2-3  ร้าน=210,000 ร้าน
1 ร้าน----------มีช่างผม2-3  คน=630,000  คน
ร้าน  ทำผมเมืองไทยมี
 เราประมาณการตัวเลขคนทำผม 3-4 แสนคน
 เราก็มาคำนวณ  ว่าคนไทย  65 ล้านคน/ตัดผมเดือนละ 1 ครั้ง
 ผลที่ได้ออกมาก็คือ 65   ล้านครั้งต่อเดือน-ถ้าต่อปี 65 ล้านx12เดือน=780 ล้านครั้งต่อปี
 ถ้าเรา  ยิ่งรู้ข้อมูลมากก็จะช่วยให้เราตัดสินใจได้มากขึ้น

หลัก 3 ประการทำ ร้านเสริมสวย ให้ได้เงินล้าน
           หลักการแรกคือ ฝีมือ...ร้านเสริมสวย ที่ประสบความสำเร็จทั้งหมดส่วนใหญ่คือ   ร้านเสริมสวย ที่สามารถช่วยให้ลูกค้ามีบุคลิกที่ดีขึ้น   ทำงานออกมาตรงตามที่ลูกค้าต้องการ
ฝีมือช่างจึงมีส่วนสำคัญมาก   ในกรณีนี้เจ้าของร้านจะเป็นตัวดึงดูดลูกค้าได้ดีที่สุด   เพราะลูกค้าจะเชื่อมั่นในตัวช่างมากกว่าอื่นใด
ช่างที่มีฝีมือจะมีจุด  เด่นอยู่ 2 ประการคือ ทำงานตามที่ลูกค้าต้องการได้ดี และอีกประการหนึ่งคือ   สามารถชี้นำอธิบาย และให้เหตุผลที่ดีกับลูกค้าได้ว่า   ทำไม...จึงต้องทำแบบนี้หรือ...ทำไมจึงต้องเป็นแบบนี้
           หลักการที่สองคือ การให้บริการ...ร้านเสริมสวย   ที่มีประสบการณ์จะเข้าใจถึงหลักการบริการที่ดีแก่ลูกค้าได้ดี   เพราะเมื่อใดที่ร้านเสริมสวยมีลูกค้าประจำ
การเอาใจใส่ต่อลูกค้า   ความซื่อสัตย์   และความน่าเชื่อถือของร้านจะเป็นตัวการันตีว่าลูกค้าจะเพิ่มขึ้น    ร้านให้บริการดี มีโปรโมชั่นที่น่าสนใจ หรือ ช่างสามารถให้คำตอบ ตอบปัญหา   แนะนำสิ่งที่ดีๆ
รวมถึงดูแลประโยชน์ให้ลูกค้าได้ดี   ไม่หวังฟันเงินจากลูกค้ามากเกินไป และไม่ทำให้ลูกค้าผิดหวัง เมื่อนั้น   ร้านเสริมสวย ของคุณก็จะประสบความสำเร็จแน่นอน
            หลักการที่สามคือ หน้าร้านที่ดึงดูลูกค้าใหม่ เมื่อท่านมีฝีมือ   บวกกับบริการที่ดีแล้ว ทำอย่างไรจะให้ ร้านเสริมสวย   ของท่านมีลูกค้าหน้าใหม่เดินเข้ามาในร้านเพื่อรับรู้ถึงฝีมือและบริการของ  ท่านได้
หัวใจของการดึงดูลูกค้ามีมากมาย ยกตัวอย่างได้ 2-3 ประการคือ   หนึ่งการ ตกแต่งหน้าร้านที่สวยงาม ตรงกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า เช่น   คุณมีร้านเสริมสวย อยู่ในย่านชานเมือง
ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าระดับ   C และ B นั่นคือระดับกลางลงล่าง เป็นกลุ่มที่มีรายได้ปานกลาง   ชอบเน้นที่บริการ เป็นกันเอง และราคาสมเหตุสมผล   แต่คุณไปตกแต่งร้านจนสวยหรูโดดเด่นราคาแพงมาก
ราวกับร้านที่ตั้งอยู่ใน  ห้างสรรพสินค้าชื่อดังอันดับหนึ่งของเมืองไทย   ลูกค้าอาจจะไม่กล้าเข้าร้านของคุณเลยก็ได้เพราะคิดว่าร้านนี้ราคาแพง

เศรษฐกิจตกสะเก็ด !!
ต้องหาลูกค้าในอนาคต
การ  ทำ ธุรกิจเสริมสวย เป็นเรื่องที่ยากมากๆ บทจะหมดตัวหมดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว   เพราะร้านผมบ้านเราเวลานี้มีปัญหาอย่างหนึ่งคือ ใครดังกูอยากดังด้วย   แต่จริงๆแล้วธุรกิจนี้เป็นธุรกิจขายฝีมือ ขายจินตนาการ
(เจ้าของร้าน  เป็นอย่างไร ลูกค้าเป็นอย่างนั้น)   ดังนั้นต้องมองตัวเองเป็นหลักจะเอาแบบร้านอื่นไม่ได้
ลูกค้ามีเยอะไปหมด  สไตล์ใครสไตล์มัน---อย่างกลัวว่าจะไม่มีลูกค้า   เพราะสไตล์ของคนจะเขย่าไปหากันหมด ฉะนั้นต้องมีวัฒนธรรมประจำร้าน   อย่าอิจฉาริษยากัน เพราะไม่เข้าใจจุดยืน

คำนิยาม ?ลูกค้า?
 1.ดูแลลูกค้าให้เหมือนคนรัก   ไม่ใช่เหมือนคู่ครอง คือ อย่าทำตัวเป็นคู่ครอง หรือเจ้าอนาคตของลูกค้า   อย่าละลาบละล่วงเกินไป
  ?สินค้าของเรา? คือ ?ช่าง?   สินค้าของเรามีอารมณ์ เราขายอารมณ์ช่าง   เรื่องของฝีมือนั้นช่างผมก็ต้องทำผมเป็น แต่อารมณ์ของช่างควบคุมยาก   ฉะนั้นสินค้าที่เราจะขายคือสินค้าที่มีคุณภาพ คืออารมณ์ที่ไม่ทำร้ายลูกค้า
 ?ลูกค้า?   เขามาในร้านเพื่อเปลี่ยนแปลง+ปรับปรุง+สบายใจ   ไม่ใช่เข้ามาเพื่อทำความสะอาด ไม่ใช่มาแค่สระผม   (ประเทศไทยเป็นประเทศที่สระผมดีที่สุดในโลก-ที่BKK   จะใช้จุดเด่นนี้เป็นจุดขายลูกค้าต่างชาติทั่วโลก)
ทั้งนี้ในต่างประเทศ   หรือในยุโรปไม่ให้ความสำคัญกับการสระผม แต่จะให้ความสำคัญเรื่องการออกแบบ   การสระคือการชำระล้างสิ่งเหม็นเท่านั้น (รวมถึงเรื่องการตัดเล็บ   ฝีมือช่างเล็บของคนไทยก็ดีที่สุดในโลกเช่นเดียวกัน)
 2.คุณภาพ   ลูกค้าคาดหวังเรื่องคุณภาพ
 3.ลูกค้าคือผู้ช่วยให้คุณประสบความสำเร็จ   เป็นช่างต้องหมั่นศึกษาอบรมต้องรู้ทุกอย่าง
 4.ลูกค้า   คือผู้ที่ต้องรักษาไว้
 5.ลูกค้า คือ ป้ายโฆษณาที่ดีที่สุด   ให้เป็นพรีเซนเตอร์ให้เรา ช่างผมไทยสนใจแต่เรื่องตัดผมแต่ข้างหน้า   แต่จริงๆแล้วพรีเซนเตอร์ที่ดีที่สุด คือ ?ข้างหลัง? ของลูกค้า   (นี่คือจิตวิทยาในการคุยกับลูกค้า   ผมด้านหลังสามารถยิ้มให้คนอื่นๆได้เช่นกัน)
 6.ลูกค้า คือ ผู้ให้โอกาส
 7.ลูกค้า   ต้องเป็นศูนย์กลางในการวางแผนพัฒนาธุรกิจของเรา   ศึกษากลุ่มลูกค้าจะเป็นศูนย์กลางในการวางแผน ถ้าเป็นวัยรุ่น   เราต้องเป็นศูนย์กลางของวัยรุ่น การแต่งร้าน   หนังสือในร้านก็ต้องเป็นวัยรุ่น

คำนิยามของลูกค้าบรรทัดนี้
 ?ลูกค้า?   คือใบหน้าบนกระจกสามด้าน
 -ด้านแรก  มองลูกค้าในฐานะสถิติ (เพิ่ม-ลด)
 -ด้าน  สอง  มองในฐานะของธุรกิจ เพื่อนำไปวางแผน
 -ด้านสาม   มองในฐานะคนหนึ่งที่มีความต้องการไม่สิ้นสุด เปลี่ยนบุคลิกตลอด   แฟชั่นใหม่เกิดขึ้นตลอด เพราะมันจะวิ่งเป็นวงกลม ทันทีที่หยุดก็ตาย !!
ความ  ต้องการของ ?ลูกค้า?
 ลูกค้าต้องการภาพลักษณ์ของความสำเร็จ   ดังนั้นพนักงานในร้านต้องต้อนรับด้วยความสุภาพมีความรู้พอสมควร ต้องสะอาด   หน้าเชื่อถือ ได้รับการฝึกอบรมมาอย่างดี
 -เคี้ยวหมากฝรั่งไม่ได้
 -เอา  มือไขว้หลังก็ไม่ได้
 -หวีใช้ในร้านอย่าหวีหัวตัวเอง

ประชาสัมพันธ์ของร้านเสริมสวย
 ตำแหน่งนี้ถือ  ว่ามีความสำคัญที่สุด (ช่างตัวทำเงิน-ประชาสัมพันธ์ตัวเอาเงิน)   หน้าที่ของประชาสัมพันธ์ จะมีหน้าที่ พรีเซ็นต์ของดีๆของร้านออกไป   และป้องกันสิ่งเลวร้ายของร้านไม่ให้ออกไป (หน้าที่ใหญ่มาก   จึงต้องถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่)
หน้าที่ของประชาสัมพันธ์เวลาลูกค้า  เข้ามาใช้บริการ
 1.มีช่างประจำหรือไม่   ต้องมีนำสิ่งที่ลูกค้าจะสามารถใช้บริการได้ (ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวก)
 2.จัด  ช่างให้
ความสำคัญของการบริหารงาน
 ?เราต้องทำให้ทุกอย่างเป็น step   by step ทำทุกอย่างให้เป็นระบบ?
 ?มีเทรนนิ่งเซ็นเตอร์?   แต่ไม่รับสอนคนนอก (เพราะเบื่อเวลาคนเสียเงินแล้วจะเรียกร้องสารพัดจากเรา)   แต่มี
เทรนนิ่งไว้สำหรับอบรมเฉพาะพนักงานของเราเองเท่านั้น
เป็นช่าง  นั้นต้องเอาตัวเข้าไปแลกไปทดลองกับสิ่งที่มีประโยชน์ต่อวิชาชีพบ้าง   อย่างเป็นแต่ช่างตลอดชีวิต ต้องรู้อารมณ์ของลูกค้าบ้าง
 ?อย่า  เรียกลูกค้าว่า พี่ ให้เรียกว่า คุณ?
ฐานลูกค้าประจำ
 ต้อง  รักษาให้ได้ 60%
วิธีการก็คือ
 -การติดตามผลลูกค้าที่เคยมาใช้บริการ   ให้ ประชาสัมพันธ์ (PR)   เป็นคนติดตามแม้แต่โทรศัพท์มือถือของช่างก็เก็บไว้ที่ประชาสัมพันธ์   เพราะถือว่าเป็นมารยาททางสังคมเวลาทำงานไม่ควรคุยโทรศัพท์
 -การประเมิน  ผลการบริการ ให้ใช้คอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการบันทึกข้อมูล

สิ่งที่ลูกค้าไม่พึงปรารถนาที่จะเจอในร้านของเรา
 1.พนักงาน  ต้อนรับให้คอยสายนานเกิน 30 วินาที
 2.ประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง
 3.ไม่  สนใจใยดีกับคำร้องทุกข์ของลูกค้า (ห้ามบอกว่า?ไม่? ให้ใช้คำว่า ?ได้?   เดี๋ยวจะต้องจัดการทันที โกหกให้คนสบายใจไม่ฉิบหายถือว่าไม่บาป)
 4.ต้อง  รับฟังปัญหาของลูกค้า
การสร้างความไว้วางใจ   (ธุรกิจจะประสบความสำเร็จได้ต้องเกิดจากความไว้วางใจ)
 ความไว้วางใจที่  ลูกค้าต้องการนั้น ช่างผมจะต้องแสดงความสามารถให้เห็น
 -ทำตัวเป็นทาง  ผ่านความรู้ เราจะได้ความรู้ตลอดเวลา
 -เราต้องรับนัด   เพื่อเตรียมตัวในการออกแบบทรงผมให้กับลูกค้า

เราสามารถหาลูกค้าในอนาคต
 1.จากการที่โทรศัพท์มาสอบถาม
 2.ลูกค้า  ประจำแนะนำมา  ข้อนี้ต้องระวัง เพราะเขามีความคาดหวังสูงเกินไป   ว่าทำไมทำได้ไม่เหมือนกับคนที่แนะนำมา
 3.จากโฆษณา การประชาสัมพันธ์   เราขายภาพพจน์ เพราะต้องสร้างภาพพจน์ให้ดูดีและติดหูติดตาตลอดเวลา   สร้างภาพได้โดยการแฟชั่นโชว์ หรือกิจกรรมที่ทำประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม ฯลฯ
 4.จาก  การแนะนำของผู้ผลิตสินค้า ผลิตภัณฑ์อาศัยช่างทำผม   และช่างทำผมก็อาศัยผลิตภัณฑ์ได้เช่นเดียวกัน   ร้านผมที่ดีต้องอยู่กับผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียง   เพราะจะมีการแนะนำเทคนิคดีๆตลอดเวลา
 5.การทักทายของพนักงานต้อนรับ   ขอทราบความต้องการของผู้ที่เข้ามาในร้าน   ให้ความสะดวกจนเกิดความประทับใจและมาเป็นลูกค้าในอนาคตของร้าน
 00เรื่อง  การตั้งมาตรฐาน ราคาค่าบริการในร้าน ?ต้องแม่น?   กว่าจะตั้งร้านมาได้ต้องลงทุนเท่าไร00

การรักษาลูกค้า
 1.กล่าวคำขอโทษเสมอที่ต้องทำ  ให้ลูกค้ารอ
 2.พยายามย้ำกับลูกค้าเสมอเรื่องทรงผมที่เขาต้องการ
 3.มี  การวางแผน ดูแลเอาใจใส่ให้ลูกค้า มาใช้บริการติดต่อกัน 5   ครั้ง(รักษากันไม่จบไม่สิ้น)
  -เก็บประวัติลูกค้าไว้ ให้ได้ถึง 5   ครั้งที่ทำให้เขาคิดถึงเราเหมือนเราเป็นแฟนคนแรกของเขา
 4.ติดตามผลทาง  โทรศัพท์หลังจากทำไปแล้ว
  -โทรศัพท์สอบถามลูกค้าตามผล
    -นัดหมายลูกค้าเมื่อถึงกำหนด

  การรับมือลูกค้างี่เง่า
 ?เวลาเจอลูกค้างี่  เง่า? วิธีจัดการหรือจำกัดแบบนุ่มนวลที่สุดคือบอกทุกคนในร้านให้เฉยๆ   อย่าต่อล้อต่อเถียง และให้ทุกคนมองเห็นพฤติกรรมของเขาเป็นสายตาเดียวกัน
 ?ลูกค้า  ไม่ชอบสีผม? วิธีแก้ไขคือ ต้องดูที่เด็กเราก่อนว่า   เด็กเรามีความรู้ดีหรือยัง คือไม่มีความรู้ หรือไม่ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง   ลูกค้าอยากได้อยากทำไปหมดทุกอย่างแต่ไม่รู้ว่าสภาพเส้นผมรับไม่ได้แล้ว   หรือการที่ลูกค้าทำสีที่ยากต่อการล้างมาแล้วมาทำสีใหม่ได้สีไม่ตามที่ต้อง  การ ก็ต้องคุยกันก่อนให้เข้าใจก่อนลงมือทำ
 ?การทำรีบอนดิ้ง?   เหมาะเฉพาะคนเท่านั่น ทำแล้วทำสีทันทีไม่ได้ ดัดผมอีกก็ไม่ได้   ช่างต้องรู้วิธีการทำให้จริง แล้วใส่ใจทุกขั้นตอนเพื่อป้องกันข้อผิดพลาด   เพราะการยืดผมวิธีนี้เป็นการทำลายผมชนิดที่รุนแรงที่สุด

?วิธีการแก้ไขผมลูกค้า? ต้อง
1.ถามก่อนว่า  ต้องการสั้นหรือยาว
 2.ถามว่าทำงานอะไร
 3.ความต้องการของลูกค้า
 4.เส้น  ผมของลูกค้าทำอะไรได้หรือเปล่า
 ทันทีที่เกิดปัญหา ต้องขอโทษอย่างเดียว   แล้วรับใช้กรรมต่อไป
 ?การอบไอน้ำ? คือการชะล้างหนังศีรษะ   ช่วยที่หนังศีรษะ ไม่ได้ช่วยที่ปลายผม
 ?การใช้อินฟาเรด?   คือจะนำส่งครีมอบไอน้ำเข้าไปในเส้นผมแต่ไม่ช่วยหนังศีรษะ
 ?การใช้น้ำ?   ต้องรู้ว่าน้ำกระด้างหรือไม่กระด้าง(มีปัญหา) เพราะทำให้ไม่เกิดฟอง   ส่วนน้ำกลั่นนั้นนำมาล้างสีผมดีมากเลย
 ?สุขภาพผม?   ถ้าผมสุขภาพดีแข็งแรงตัดผมอย่างไรก็สวยตลอด
 ?หนังศีรษะ?   บ้านเราหนังศีรษะมัน ปลายผมแห้ง เวลาสระผมจงระวังอย่าไปนวดให้ต่อมน้ำมันแตก   จะทำให้เกิดความมันมากขึ้น
 ?การทำสีผมหรือทำเคมี?   ทุกอย่างต้องวางแผนการทำงาน
 ?รูปแบบการบริหารบุคลากร?   ต้องมีประกันสังคมให้แก่พนักงาน  ,สวัสดิการของพนัก,ลากิจ,ลาป่วย   เขียนใบลาด้วย มีใบรับรองแพทย์ ต้องทำให้เป็นนิสัย
 ?กรณีลูกค้านำ  ผลิตภัณฑ์เข้ามาในร้านเอง? บอกว่า เราไม่การันตี   แต่ถ้าเป็นผลิตภัณฑ์ของเราถ้าใช้แล้วไม่ได้ผลมาทำฟรีภายใน 2 อาทิตย์   แต่ถ้ามาทำฟรีช่างต้องออกค่าน้ำยาเอง (คิดค่าทำแพงๆ ถ้าเอาสินค้าเข้ามา   ต้องคิดค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าฝีมือ เพราะฝีมือคือมูลค่าเพิ่ม   ดังนั้นเราถึงมีศิลปินแห่งชาติ)
    ทุกวันนี้--------ฝีมือ   40%----------ความพึงพอใจ 60% 

พฤติกรรมของลูกค้าที่เป็น ?สัญญาณ? แห่งความพอใจ
 -ลูกค้า  ที่พอใจจะมีความภักดีในบริษัทฯ (แม้แต่เชิญชวนคนอื่นเข้ามาทำ
 -ลูกค้า  ที่พอใจจะซื้อสินค้าหรือบริการจากบริษัทเพิ่มขึ้น
 -ลูกค้าที่พอใจจะพูด  ชื่นชมสินค้า ชื่อเสียงของบริษัทจากการโจมตี
 -ลูกค้าที่พอใจจะให้ความ  สนใจกับตราสินค้า และแคมเปญการตลาดของคู่แข่งน้อย
 -ลูกค้าที่พอใจมักจะ  เป็นผู้ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อบริษัทฯ
 -การขายสินค้าหรือ  บริการให้ลูกค้าที่พอใจ จะมีต้นทุนต่ำการเสนอขายสินค้าให้ลูกค้ากลุ่มใหม่

10 วิธีในการรักษาลูกค้าปัจจุบัน
 1.สร้างคุณ  ค่าเพิ่มเสมอ สร้างความรู้สึก ?เกินกว่าความพอใจ?   การเพิ่มคุณค่าให้กับเด็กรู้จักพูดคุยกับลูกค้า
 2.ให้บริการก่อนและหลัง  การขายอย่างเป็นกันเอง เช่นทำสี ทำเคมี รับรอง 2 อาทิตย์
 3.ใช้ Call   Canter มีฝ่ายให้ข้อมูลที่แข็งแกร่ง   (คนที่รับโทรศัพท์ในเวลาทำงานและรู้ข้อมูลทั้งหมดของบริษัท
 4.ใช้  โปรแกรมการส่งเสริมการขายที่หวังผลระยะยาว สร้างมาตรฐานของเราเอง   อย่าให้ใครเปลี่ยนแปลงอย่าแค่ตีหัวเข้าบ้านแล้วจบ
 5.ตั้งฝ่ายลูกค้า  สัมพันธ์ขึ้นมาดูแลโดยเฉพาะ
 6.ให้ความเสมอภาคกับลูกค้าแต่ละราย
 7.สำรวจ  คู่แข่ง และสำรวจสถานการณ์ทางการตลาดอยู่เสมอ
 8.ยึดหลักแนวคิดการตลาด  ตามสั่งแบบมวลรวม (หลักใหญ่ๆ)
 9.สร้างทีมงานที่แข็งแกร่ง
 10.ฝ่าย  ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากฝ่ายบริหาร

วิธีการดึงลูกค้าเก่าด้วยโปรแกรม CRM
1.คำนวณหา  อัตราการสูญเสียลูกค้า
 -ตาย
 -ย้ายที่อยู่
2.จัดแบ่งกลุ่มลูกค้า  ที่หายไปตามมูลค่าการซื้อ
3.หาสาเหตุที่ทำให้ลูกค้าไม่พอใจ
 -ลูกค้า  พบว่าสินค้าอื่นดีกว่า ถูกกว่า
 -ลูกค้าพ้นช่วงเวลาที่ซื้อสินค้าแล้ว
 -ลูกค้า  ไม่พอใจในการบริการ
4.ค้นหาวิธีแก้ไข เช่น
 -รับฟังคำตำหนิจากลูกค้า  ด้วยความยินดี
 -ถ้าแก้ปัญหาด้วย win-win strategy   ต่างฝ่ายต่างชนะกันไม่ได้ ให้ทำให้ลูกค้าทันทีต้องรีบทำ
 -หาทางสื่อสาร  กับลูกค้าที่เลิกซื้อไปเฉยๆ
 -มีแบบฟอร์มให้พนักงานทำรายงาน   ให้พนักงานทำรวมกี่คนแล้วจะมีรางวัลให้เด็ก (เหมือนสมุดพกลูกค้า)
 -ปรับ  ปรุงฐานข้อมูลให้ทันสมัย
 -เลือกเครื่องมือจัดกิจกรรมการตลาดที่ให้สิทธิ  แก่ลูกค้าในอดีตก่อน
5.สร้างทีมงานให้แข่งแกร่ง
-ดูแลเขาให้อยู่ดี  กินอร่อย
-อยู่แล้วรู้สึกอบอุ่นมีประกันสังคม
-ให้เป็นหนี้ ซื้อบ้าน   ซื้อรถทำให้รู้ว่าสิ่งที่ได้มาได้มาจากอาชีพ
6.วัดและประเมินผลของ  โครงการ

การพัฒนาบุคลิกภาพ
เรื่องของการพัฒนาบุคลิกภาพ  ของช่างเสริมสวย แนวคิดคือ เราต้องคิดว่าเราคือตัวสินค้า   เราคือเจ้าของธุรกิจเขาจะมองว่า ทำอย่างไรให้ดูมีบุคลิกภาพที่ดี
คนเรามี  ส่วนประกอบที่สำคัญ 4 ส่วนที่รวมกันเป็นบุคลิกภาพ
 1.ท่อนหัว
 2.เรือน  กาย
 3.กลิ่นกาย
 4.การวางตัวของเรา

ภาพลักษณ์ของช่างผม
  ช่างผมเวลานี้หลงประเด็น   คนเอเชียผมดำ ส่วนผมคนที่โดนไฮโดเจนเปอร์ออกไซด์   ถูกทำลายและศูนย์เสียเกล็ดผมกันเป็นอย่างมาก
 ?ถ้าเราไม่มีทรงผมที่สวย  งาม เราก็ต้องมีเส้นผมที่สวยงาม?
มนุษย์ทั่วไปมอง
 -ภาพลักษณ์ที่สวย  งาม และเรียบร้อย แต่ไม่มองที่ยุ่ง
 -แม้แต่ผมยาว   ก็สามารถแต่งให้เข้ากับยูนิฟอร์มได้
 -ผู้ชายคนๆเดียวกันหวีผมคนละแบบ   เปรียบเทียบว่าคุณชอบแบบไหน ตรงนี้ขึ้นอยู่กับที่กาลเทศะ
 -เรื่องของ  หน้าตา ก่อนที่เราจะหน้าสวยได้ จะต้ดงทำผิวให้สวยก่อน   และการที่จะมีผิวสวยข้างในและจิตใจของเรา
  -การแต่งกาย ต้องเหมาะสม   และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว หาความโดดเด่นของตัวเองให้ได้
-คนที่เก็บ  เกี่ยวความคิดความรู้ทุกนาที คือคนที่เป็นผู้นำด้วนความคิดที่ดีที่สุด
-การ  สื่อบุคลิกภาพถึงลูกค้าถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด
กลิ่นกายสำคัญมากที่  ต้องระวัง
 -ช่องหู
 -ช่องจมูก
 -ไรฟัน

บุคลิกภาพใน
 ความรู้สึกนึกคิดของคุณ   ต้องเปิดใจเปิดจิตในสิ่งที่เรารับรู้ให้เป็นเรื่องสนุก   สิ่งที่ต้องมีอยู่ในตัวของช่างคือ ช่างสังเกตด้วย   เอาทุกอย่างให้เป็นครูให้ได้ต้องคิดเป็น
คนคิดเป็นต้องคิด
 -เชิง  ยุทธศาสตร์
 -เชิงรุก ธุรกิจถึงจะเดินหน้าไปได้ไกล คิดเป็นก็ทำเพิ่มได้
 -เก็บ  เกี่ยวทุกอย่างให้เป็นครู คนส่วนใหญ่จะมองคนอื่นก่อนตัวเอง   (ติคนอื่นไม่ได้ติตัวเอง)
 -คนเป็นผู้นำต้องคิดว่า   ?คนจะรักเราจะเกลียดเราหรือไม่ ไม่สน ไม่ว่า ดูที่ว่าเรารักคุณหรือเปล่า   ถ้าเรารักคุณแล้ว เราจะให้คุณได้มากที่สุด?
 -เมื่อเหนื่อยที่สุด   เมื่อเครียดที่สุด เมื่อเจอปัญหามากที่สุด ให้นั่งเก้าอี้ที่สบายที่สุดซัก 5   นาที เพื่อผ่อนคลายตัวเอง

การสร้างร้านต้องคำนึงถึงสิ่งใดบ้าง
1.ต้องดู  บุคลิกภาพของเจ้าของร้าน   เราสามารถเลือกคนที่เราจะเข้าร้านของเราตามรูปลักษณ์ของร้านของเราได้   ดังนั้น รูปลักษณ์ของเราคือรูปลักษณ์ที่นำเสนอ   มองว่าให้คนภายนอกว่าเราต้องการแบบไหน
 2.เมื่อสร้างรูปลักษณ์ของร้าน   แล้วก็ต้องสร้างไปถึงทีมงานให้เป็นแพ็กเก็จเดียวกับเราด้วย
 3.สร้าง  ลูกค้าให้เป็นแบบเราดูด้วย ให้รู้สึกปลอดภัยเหมือนอยู่บ้าน และเป็นเหมือน   VIP สูงสุด
การแข่งขัน
 -เพื่อให้คนแข่งขัน   อย่าแข่งเพื่อให้ได้แพ้ชนะ แต่แข่งเพื่อรู้ประมาณฝีมือของเรา   ว่าอยู่แค่ไหนจะได้พัฒนาฝีมือตัวเองต่อไปอย่างต่อเนื่อง
 -การใช้ฝีมือ  นั้นประเมินค่าเป็นราคาไม่ได้ เพราะความงามคือความพอใจ   นักธุรกิจที่จะประสบความสำเร็จบอกตัวเองได้ ต้องเข้าใจธุรกิจของตัวเอง   ถ้าไม่ใช่ธุรกิจที่ทำด้วยมือ มันเป็นแค่อาหารเสริม   เราต้องยึดหลักอาหารหลักของเราเองก่อนว่า เรากำลังทำธุรกิจอะไรอยู่

ทำไมร้านเสริมสวยเปิดกันเป็นดอกเห็ด
 -เพราะ  อาการเจ้าของร้านอยากสบาย (ให้เด็กทำจนออกไปเปิดร้านเอง)
 -ไม่มีธุรกิจ  ไหนที่เจ้าของธุรกิจไม่ทำงานหนักแล้วเจริญ
 -คุณต้องหายใจด้วยจมูกคุณ   อย่างน้อยก็ข้างหนึ่ง อย่าให้ลูกน้องขโมยลมหายใจคุณ
 -โลกแห่งยุทธศาสตร์  ต้องเรียนรู้ทั้งสิ่งที่ดี (+) และพร้อมจะแก้ไขสิ่งที่เป็นปัญหา (-)   ตรงนี้เราจะเป็นนักธุรกิจแผนใหม่เราต้องคิดลงทุนด้านการเรียนรู้เป็นหลัก   ฉะนั้น การเป็นนักธุรกิจไม่จำเป็นต้องลงทุนเยอะถ้าคุณมี ?สมอง?   ไม่จำเป็นต้องขี้ตามช้าง ต้องรู้จักการขึ้นบันไดอย่างถูกวิธีก้าวทีละก้าว   และเรียนรู้ทุกก้าวให้ดีที่สุด
 -หาความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ลงตัว  ของร้าน ดูว่าร้านเรามีดีตรงนั้น เช่นห้องน้ำสะอาด อ่างล้างหน้าล้างมือดูดี

?ธุรกิจเสริมสวย?
 เป็นธุรกิจที่น่าลอง   เปิดง่าย ปิดก็ง่าย ปัญหาก็คือ เจอ ช่างเล่นตัว   แต่ต้องคิดเชิงความอยู่รอดดีกว่า เราโทษเขาไม่ได้ เขาก็อยากได้เงินมาก   วิธีการคือหากลยุทธ์ที่จะป้องกันตัวเอง วิธีการคิดก็คือ
 ?ถ้าเราเป็น  เจ้าสำนัก เราต้องให้ลูกน้องไปต่อสู้ในยุทธจักร   แต่ไม่มีเจ้าสำนักไหนให้ไม้สุดท้าย   (ตัวนี้เอาไว้ปราบเซียนหรือลูกน้องเราเอง?
 ?ถ้าเราทำธุรกิจเราจะไม่ก่อ  ศัตรู? เราจะสร้างมิตรภาพมากกว่าศัตรู
 ?อะไรที่ทำไม่ได้   ก็คือการหางูมาพันคอแล้วรอวันมันฉกตาย?

?คติประจำใจ?
 1.สิ่งแรกต้องขยัน หมั่นเรียนรู้   เก็บทุกสิ่งทุกอย่างมาเป็นแม่แบบของเรา
 2.ซื่อสัตย์   ให้ลูกค้ารู้สึกว่าอยู่กับเราแล้วเขาปลอดภัยมากที่สุด
 3.ความอดทน   ที่จะเผชิญกับทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต
  -ความสมหวัง คือกำลังใจ
    -ความผิดหวัง คือแรงผลักดัน ให้เกิดความสมหวังให้ได้   เชื่อมั่นว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรแก้ไขไม่ได้ คนเราขอให้เติมพลังชีวิตให้เต็ม   และอย่าดูถูกตัวเอง
จุดอ่อนของ ช่างทำผม
 -ชอบเทคนิคมากกว่าทฤษฎี   ตรงกันข้ามกับฝรั่ง จะให้ความสำคัญกับการบริหาร   รู้จักการใช้เพื่อนร่วมงานเข้ามาช่วยในเรื่องการพัฒนาธุรกิจ
-ชอบยืมจมูก  คนอื่นหายใจ?
-?ช่างกับผู้ลงทุนความคิดและมุมมองคนละแบบ?
 ฉะนั้น  โอกาสที่เราจะผิดหวังกับสิ่งเหล่านี้ค่อนข้างมาก
-ช่างชอบเปลี่ยนงาน  บ่อย  ก็ทำให้ลูกค้าเบื่อ ถ้าเราทำร้านที่คุณภาพช่างก็ไม่คิดจะเปลี่ยนร้าน   ลูกค้าก็ไม่หนีไปไหน
-ความแปรปรวนของธุรกิจมีสูง   เพราะอารมณ์ของช่างคือศิลปิน

เก็บตก
 00คนโง่เรียนรู้ประสบการณ์ตนเอง   คนฉลาดเรียนรู้ประสบการณ์คนอื่น00
 00เงินไม่สามารถสร้างความคิดที่ดีได้   แต่ความคิดที่ดีสร้างเงินได้00
 00ทำแล้วเห็นปัญหา   แก้จนไม่กลัวปัญหาแล้ว00
 00นกไม่มีปีก คนไม่มีเพื่อน   ทำธุรกิจสูงๆไม่ได้00
 00ถ้าอยากประสบความสำเร็จ อย่ากลัวการล้มเหลว00
 00ถ้า  เราไม่เรียนรู้เรื่องแฟชั่นไม่ใช่เราอยู่กับที่ แต่เรากำลังถอยหลัง00
 00ความ  สำเร็จของการทำธุรกิจขึ้นอยู่ว่า การที่ให้คนอื่นทำงานให้คุณได้มากแค่ไหน00
 00ถ้า  เดาอนาคตได้ ดักทางให้ถูก คุณก็จะประสบความสำเร็จ---แนวคิดของสมคิด   จาตุศรีพิทักษ์00

ความต้องการของช่าง
-ต้องการอิ่มท้อง
 -ต้อง  การเงินทอง
 -ต้องการการยอมรับ (มีเกียรติความภูมิใจทางสังคม)
 -ต้อง  การมีชื่อเสียง

ข้อมูลจำเพาะของร้านผม
 33% ไม่เกิน 1   ปี
 80% ล้มเหลวใน 5 ปี
 20% จะล้มเหลวใน 5 ปีถัดมา
 4%   จะอยู่ได้ใน 10 ปี ที่จะเอากำไรจากการทำธุรกิจมาใช้ได้

 ฉะนั้นธุรกิจจะมีโอกาสเสมอสำหรับคนที่มองเห็น   ไม่ใช่มองมุมอย่างเดียว ต้องมองเหลี่ยมด้วย (ดีและไม่ดี,รู้ปัญหา   รู้วิธีแก้ ทุกอย่างไม่น่ากลัว)
ปัจจัยที่นำไปสู่ความสำเร็จ
 1.ต้อง  เข้าใจธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และชัดเจน
 2.ต้องมีความอดทน ต่อการรอคอย   (อดทนนั้นขมขื่น แต่ความสำเร็จนั้นหวานชื่น)
 3.อย่าตามแห่   ต้องสร้างเอกลักษณ์ของตนเอง ถนัดแบบไหน เราทำแบบนั้น   แล้วเอาแฟชั่นที่กำลังมาเสริม
 4.ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า   เพื่อนร่วมงาม ต่อตัวเอง
 5.ต้องศึกษาหาความรู้   ติดตามแฟชั่นอย่างต่อเนื่อง
 -เราจะรู้เลยว่าธุรกิจของเรายืนอยู่ตรงไหน  ของวงการ
 -ติดตามแฟชั่น เพราะเราอยู่กับแฟชั่น
-รักษาฐานลูกค้าเก่า
 -หา  ลูกค้าใหม่
6.อย่าหลงลืมตน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดความล้มเหลว
 1.อุปนิสัย   ?เบื่อง่าย? ทำให้ไม่มีความคิดมาพัฒนาธุรกิจของตนเอง
 2.ไม่มีความจริงใจ   ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า ลูกน้อง
 3.ใช้อารมณ์ในการทำธุรกิจ
 4.ไม่ศึกษา  หาความรู้เพิ่มเติม คิดว่าตนเองเก่ง
 5.ขาดการจัดการอย่างมีระบบ
    -ระบบการเงิน
  -ระบบการบริหารงาน   (เปิด-ปิดร้านอย่างไร,กำหนดวันหยุดประจำใน 1 ปี,เวลาทำงาน)
    -ระบบการบริหารคน
00เมื่อเรารู้จุดที่ทำให้ล้มเหลว   เมื่อรู้ปัญหาก็ต้องวางแผนแก้ แก้เองไม่ได้ก็ต้องหาคนมาช่วยแก้ไขให้00
ท่อง  จำให้จงหนัก
 00ลูกค้าคือ ทุกสิ่งทุกอย่างของเรา คือค่าน้ำ ค่าไฟ   เงินเดือนพนักงาน ดังนั้นต้องหาลูกค้าเพิ่ม ทำให้ลูกค้าจ่ายให้มากขึ้น 00
เทคนิคการให้บริการ
สิ่งที่ควรมี  อยู่ในหัวใจของผู้บริการ
 1.มีความรักในวิชาชีพ   เราต้องมีความรู้เรื่องเส้นผมก่อน   ลูกค้าที่จะเดินเข้ามาอย่าให้เข้ารู้สึกถึงประโยชน์ที่เราจะได้รับ
 2.การ  ทำงานอย่างเสมอต้นเสมอปลาย เริ่มตั้งแต่การรับลูกค้าจะต้องทำจนจบการทำงาน
 3.ศึกษา  และฝึกฝนเทคนิคการทำงานอย่างต่อเนื่อง ให้พร้อมจะก้าวต่อไปตามเทคโนโลยี   เอามาเพิ่มพลังในการทำงานให้กับช่างผม ทำให้ลูกค้าเกิดความศรัทธา
 4.ต้อง  เข้าใจปัญหาของผู้เข้ารับบริการ ช่างผมต้องเข้าใจในเรื่องการให้บริการต่างๆ   เช่น การอบไอน้ำ เพื่ออะไร และราคาทำไมแตกต่าง
  -อบไอน้ำธรรมดา   จะอยู่แค่อายุการใช้งานแค่ระดับชะล้างของแชมพู
  -อบไอน้ำจะเข้าไปข้างใน   ต้องทำโดยผ่านความร้อน ตัวที่ 1 เปิดเกล็ดผม ตัวที่ 2   ซึมลงเข้าไปทำปฏิกิริยา   เราต้องสามารถบอกความแตกต่างของการให้บริการให้ลูกค้าเข้าใจได้
 5.แนะนำ  ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพเส้นผม
 6.คุยในภาพรวมเป็นอย่างไร   เพื่อหาอุปนิสัยและบุคลิกภาพของลูกค้า   รวมถึงชีวิตประจำวันของลูกค้าเป็นอย่างไร   เราก็จะไปวิเคราะห์เพื่อนำไปใช้ผลิตภัณฑ์
    -เราสามารถอธิบายเหตุและผลของการทำงาน ให้ได้อย่างชัดเจน   ลูกค้าจะเกิดความเชื่อมั่นและภูมิใจในการทำงานครั้งนี้
 7.เรื่องการ  บริหารเวลา   สามารถบอกกับลูกค้าได้เลยว่าเราจะทำงานมีขั้นตอนการทำงานใช้เวลาประมาณไหน   ทำให้ลูกค้าสามารถจัดเวลาตัวเองได้ ถ้าไม่ทันก็นัดใหม่   แต่ถ้าเร่งรัดของการทำงานมากโดยเฉพาะเคมีก็จะทำให้สิ่งที่ทำไม่ดีพอ
 8.แต่ง  กายให้เหมาะสม
 9.ก้าวรู้ทันข่าวสารของเทคโนโลยีต่างๆ   และทันต่อเหตุบ้านการเมืองเรื่องที่ลูกค้าต้องการรู้

?โลกของเสริมสวย?
 ต้องเป็นทั้งจิตกร   และผู้บริหารในเวลาเดียวกัน
1.เป้าหมาย ?What is a goal!?
    ทุกคนต้องมีเป้าหมายในชีวิต---ทำกิจการเสริมสวยแล้วประสบความสำเร็จ   และสามารถขยายสาขาได้ทั่วภูมิภาค
 ?เป้าหมาย? ให้แนวทางเฉพาะแก่คุณ   เพื่อสร้างความฝันให้เป็นจริง ทุกอย่างไม่ไกลเกินเอื้อม   แต่ต้องเริ่มที่ก้าวแรกเท่านั้นเอง
(วีเดล ซาซูน   ผุ้เปลี่ยนวิวัฒนาการด้านเสริมสวยจากระบบหนึ่งมาเป็นระบบหนึ่ง และ 40   ปียังใช้อยู่ เขาใช้ความทะเยอทะยานในการเปลี่ยนจุดหนึ่งของชีวิต   เปลี่ยนจากไดร์ม้วน เป็นโบว์ดราย)
2.การเป็นผู้นำ
 ความสามารถในการ  ผลักดัน อบรมสั่งสอน และการพัฒนาทีมงานของคุณ
Leder ship การเป็นผู้นำ   สามารถตัดสินใจได้
 -ดีที่สุด  ตัดสินใจได้ถูก
 -ดีรองมา   ตัดสินใจแล้วผิด
 -เลวที่สุด ไม่ตัดสินใจอะไรเลย
 ?ไม่มีใครที่ไม่  ตัดสินใจผิด? แล้วถ้าตัดสินใจผิด แล้วให้ถือว่าสิ่งนั้นเป็นครู   ที่สำคัญคืออะไรที่ตัดสินใจผิด สิ่งนั้นจะจำตลอดชีวิต
3.ความปรารถนาที่  จะมีผลงานยอดเยี่ยม
 ต่างจากการให้คำมั่นสัญญาที่จะทำให้ดีเลิศ   อันแรกเป็นเพียงความตั้งใจที่คุณอยากจะทำ แต่ต้องตั้งใจแล้วทำให้ได้
4.ความ  สำคัญของท่านขึ้นอยู่กับ
 -การศึกษาฝึกอบรม (Education)   ต้องเรียนรู้เรื่องแฟชั่น สารเคมีสำคัญมากเราจำเป็นต้องเรียนรู้   สีมาแรงมากเป็นประวัติการณ์ของวงการเสริมสวยที่มีการใช้สารเคมีกับลูกค้าสูง  ที่สุด ฉนั้นเราจะไม่รู้จักการเรียนรู้ด้านเคมีได้อย่างไร   เป็นโอกาสทำเงินเข้าร้านมากที่สุด ถ้าเราไม่ทำจะเสียโอกาส
 -การบริหาร
 -และ  เป้าหมาย ตั้งไว้ว่าเราจะเปิดร้านขนาดไหน   อย่าเริ่มอะไรที่ใหญ่เกินไปจะล้มไม่เป็นท่า ถ้าความสามารถไม่ถึง  ?ช่างผม?   ต้องมีการกระตุ้นตลอดเวลา

วิธีสังเกตุช่างใหม่
-การพูดคุย ภาษา   และวาจาที่ใช้ โดยใช้คำถามพื้นๆ มาจากไหน มีครอบครัวหรือยัง   และมีลูกหรือยัง
 -พิจารณาลักษณะท่าทาง
 -สังเกตแบบผม
 -สังเกต  หน้าตา การแต่งกาย
 -พิจารณาบุคลิกภาพ เพราะคนที่เรานั่งสัมภาษณ์   เขาจะเป็นสิ่งลูกค้าจะเห็นเขาในเวลาทำงาน
 -ฐานเงินเดือน   ต้องถามที่ผ่านมา หรือต้องการเท่าไร
 -ถ้าคุณจ่ายถั่วคุณได้ลิง/ถ้าคุณ  จ่ายถูกคุณก็ได้ของถูกๆ (คนที่มีความสามารถอย่าไปกดเงินเดือนเขา   ทั้งนี้เพราะนิสัยเปลี่ยนยาก ความสามารถสอนได้)

คติประจำใจ : ไม่มีพนักงานเลยดีกว่ามีพนักงานเลว 
วิธีการเลือกพนักงานเพื่อให้ได้พนักงานที่ดี
 1.นิสัย  ดี
 2.ฝีมือดี
 3.รักอาชีพเสริมสวย
 4.ขยัน
 คติประจำใจ :   เมื่อพนักงานเก่าที่มีคุณสมบัติพร้อมให้เงินเดือนเขามากขึ้น   ถ้าคุณไม่ให้ร้านอื่นเขาจะให้เอง
ทำอย่างไรให้พนักงานอยู่กับร้านเรานาน  ที่สุด
 -ก่อนจะคุมพนักงานได้ เราต้องเป็นพนักงานมาก่อน   (จบมาใหม่ๆอย่าเพิ่งเปิดร้านต้องหาประสบการณ์ 4-5   ปีก่อนรู้ปัญหาจนรู้วิธีการแก้ปัญหา
 -ให้ความรู้ตลอด ความรู้คือ   อาหารของอาชีพ
 -ให้มีผลงานที่ดีที่สุด
 -ให้มีความภูมิใจในผลงานของ  เขาเอง
 -ถ้าทำผิด ต้องอบรมตัดเตือนทันที
 -ต้องเข้มงวด   แต่ในความเข้มงวด ต้องมีความเข้าใจในความรู้สึกของแต่ละคน   และความสำคัญของเขา
 -เงินเดือนค่าจ้างต้องตามความสามารถ
 -ความ  ยุติธรรม

ข้อควรระวัง
 -ความเสียหน้า   ทำให้รู้สึกห่อเจิ๊มิ๊่ยว
 -ความอาย จะทำให้ทำงานไม่ได้
 -อย่าอบรม  พนักงานด้วยความโมโห รออีกวันหนึ่งตั้งตัวก่อนลดความโกรธ+โมโหแล้วคุยกัน
 -อย่า  อวดร่ำอวดรวยต่อหน้าพนักงาน

เหตุใดลูกค้าจึงหนีเราไป Why do people leave?
 -5%   ย้ายที่อยู่ Moved
 -15% ราคา Price
 -15% ผลิตภัณฑ์ Product
 -65%   ประสบการณ์ Experience
 00เราใช้เวลาแรมเดือนเพื่อให้ได้ลูกค้ามา 1   คน แต่สามารถเสียลูกค้าไปภายในเสี้ยววินาที00 
ทำอย่างไรให้ลูกค้าอยู่กับร้านเรามากที่สุด
 -กฎ  ข้อที่ 1 ลูกค้าย่อมถูกเสมอ (ลูกค้าคือทุกอย่างที่เราใช้)
 -กฎข้อที่ 2   ถ้าลูกค้าผิด ให้ย้อนกลับไปดูที่ข้อที่ 1   (อย่าเข้าข้างพนักงานต่อหน้าลูกค้าเด็ดขาด)
 -ต้องซื่อสัตย์   ไม่เอาเปรียบ ให้ความสำคัญกับลูกค้า แนะนำสิ่งที่ดีที่สุด้วยความจริงใจ
 
กฎข้อบังคับเกี่ยวกับความประพฤติและมารยาทในการทำงาน
(หลัง  จากพนักงานอ่านและรับทราบกฎแล้วต้องเซ็นชื่อรับทราบด้วย)
1.ห้ามพนักงาน  ทุกคนหลังงานเลิกแล้วทำงานพิเศษเสื่อมเสียในร้าน
2.ห้ามเล่นการพนัน   ดื่มสุรา
3.ห้ามติดต่อกับลูกค้าโดยตรง
4.ห้ามใส่ร้ายป้ายสีกัน
5.อย่า  แสดงกิริยาไม่สมควรกับลูกค้า
6.เมื่อได้รับมอบหมายแล้ว ต้องทำให้ดี   เว้นแต่ลูกค้าไม่ต้องการ
7.ห้ามแย่งลูกค้ากัน
8.เรื่องเงินทิปให้รวม  กัน อย่าเห็นแก่ทิป
9.วันหยุดต้องแจ้งล่วงหน้า
10.ห้ามรับลูกค้าโดย  ส่วนตัว นอกเวลา ถ้าท่านใดต้องการพิเศษให้แจ้งที่ร้าน
11.ห้ามพูดถึงร้าน  ในทางติดลบ
12.ทุกคนต้องรับผิดชอบความสะอาดของร้าน
                                                 
ต้องทำความเข้าใจ
  ในฐานะที่ท่านเป็นเจ้าของร้าน  เสริมสวย   ความสำเร็จของท่านขึ้นอยู่กับว่าท่านสามารถใช้คนอื่นให้ทำงานอย่างมี  ประสิทธิภาพแค่ไหน
  As a salon owner your success is dependent on   how well you get to her to perform

 y23 http://www.hifulla.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538724877&Ntype=2


ขอบคุณสำหรับคอมเม้นท์ : ทางเลือกทางรอด..ธุรกิจเสริมสวย !!

◄◄ กลับหน้าแรก || ไปต่อที่บอร์ด ►►